เนื้อหามาจากหัวข้อที่เราเรียนในวันนี้นะครับ คือเรื่อง “Building a Second Brain” เลยเอามาแชร์กัน มีสรุปคร่าวๆ และเนื้อหาที่จดได้ตามนี้ครับ 😁🚀


🧠 Building a Second Brain

Your mind is for having ideas, not holding them.
– David Allen, Getting Things Done
เพราะสมองเราไม่ได้มีไว้จำ แต่มีไว้เพื่อคิด

สมองเรามีไว้เพื่อคิด หาทาง แก้ไขปัญหา หรือสร้างไอเดียต่างๆ อยู่ตลอดเวลา จึงต้องมี second brain ไว้เพื่อเก็บข้อมูลที่อยากจำ ในยุคปัจจุบันเราคือ Knowledge workers หมายถึงเราใช้ความรู้ในการทำงานมากขึ้น-ไม่ได้ใช้เพียงแรงงานอย่างเดียว

การเลือกเสพข้อมูลและสามารถนำข้อมูลที่เรียนรู้มาใช้ในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ ลองสังเกตดูว่าใน 1 วัน เราเสพข้อมูลที่จำเป็นและไม่จำเป็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดู YouTube, ไถ่ Tik Tok, ส่อง FB, อ่านหนังสือ, ดูบทความออนไลน์, ฟัง Podcast บลาๆๆ

คำถามคือที่เราใช้เวลาเสพไปนั้น เราเอากลับมาใช้ประโยชน์ได้บ้างมั้ย? ถ้าไม่ได้เอามาใช้เลย เราจะเสียเวลาเสพข้อมูลเหล่านั้นไปทำไมกัน เคยเป็นมั้ยที่ตั้งใจจะอ่านหนังสือเพื่อจำเป็นความรู้ แต่ผ่านไปวันสองวันก็ลืมไปซะอย่างนั้น? และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ต้อง Capture และฝึกที่จะจดบันทึกไว้ใน second brain นั่นเอง แล้วทำไมต้องบันทึกไว้ในนั้นละ

🧠 Everything not saved will be lost


💻 What is Second Brain?

จริงๆ แล้วคอนเซปต์ไม่ได้หนีจากการจดบันทึกลงสมุดจดทั่วไป (Commonplace book) เท่าไหร่นัก เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้บนแพลตฟอร์ม Digital Device ของเรานั่นเอง ที่เราคุ้ยเคยกันก็อย่างเช่น Reminder app, Calendar หรือ Evernote ซึ่งการบันทึกบน Digital commonplace book มีประโยชน์อย่างเช่น

  • บันทึกไอเดียเจ๋งที่เราคิดได้ ทำให้ความคิดนั้นจับต้องได้
  • จัดระเบียบและเชื่อมโยงความคิด ไอเดีย จากหลายๆ แหล่งได้
  • พื้นที่สำหรับเก็บความรู้ไม่จำกัด ระบบมีความน่าเชื่อถือ
  • การบันทึกช่วยให้ใช้เวลาในการคิดทบทวน กลั่นกรองอยู่หลายครั้ง กว่าเราจะตกตะกอนความคิดที่มีความเฉียบคม ออกมาได้
  • ค้นหาสิ่งที่เราบันทึก ที่เรียนรู้ผ่านมาแล้วได้ง่าย เมื่อใช้เวลาในการค้นหาน้อย ก็มีเวลาทำอย่างอื่นได้มาก (เราใช้เวลาไป 26% ของวัน ในการหาข้อมูลเพื่อเอามาทำงาน และ 44% หาไม่เจอ What!)
  • ใช้เทคโนโลยีที่เรามีอยู่ในมือ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ความรู้ที่เราจดนั้น เอาไปใช้กับอนาคตได้ (Learning → Generalization)

Connect the dots backwards – Steve Jobs
(Only if you can remember the dots)
เราจะย้อนกลับไปหาความรู้เดิมได้ยังไง ถ้าเราจำความรู้ที่มีตอนนี้ไม่ได้


🍌 CODE Method – Remembering what matters

เป็นวิธีการสร้าง Second brain ด้วยการนำ Digital Device มาเป็นสื่อกลาง

  1. Capture รู้ว่าตนเองตอนนี้โฟกัสเรื่องอะไรอยู่ (Objective?) แล้วประเมินว่า Content ที่จะเสพนั้น สร้างประโยชน์กับเราตอนนี้ หรือตัวเราในอนาคตหรือไม่
  2. Organize การจัดการระบบความรู้ จัดการเวลา จัดการตัวเราเอง ให้สามารถทำในสิ่งที่โฟกัสหรือตามความสำคัญ ถ้ามันสำคัญจริงย่อมส่งผลให้เกิดการลงมือทำ-มี method ย่อย PARA
  3. Distill มาจากคำว่ากลั่นกรอง คือการสรุปใจความสำคัญที่เราได้จากเนื้อหานั้นๆ ออกมาให้ภาษาของเราเอง ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ให้ง่ายต่อการนำมาใช้งานในอนาคต (ไม่ใช่การ CTRL+C : CTRL+V)
  4. Express สรุปเสร็จแล้วก็มาโน๊ต และแสดงผลที่ได้ออกมา เอาออกมาสร้างเป็นผลงาน แชร์ความคิดนั้นกับคนอื่น เพื่อรับคำแนะนำ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง … อย่ามั่นใจกับความจำของเรา ว่ามันจะอยู่ในหัวตลอดไป ถ้าไม่ได้ใช้ทุกวันมันลืมได้ง่ายมาก #ไม่เหมือนกันความรักเก่าเน๊อะ

📸 Capture criteria

การเก็บเยอะเกินไปนั้นไม่ดี จำเป็นต้องตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้การกลับมาอ่านอีกครั้ง เราจะเอาความรู้นั้นไปใช้งานได้ไวขึ้น อาจจะพิจารณาการตัดทิ้งจาก…

  • สร้างแรงบันดาลใจให้เราหรือไม่
  • เป็นประโยชน์กับเราตอนนี้ หรืออนาคตหรือไม่
  • ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่เรากำลังคิด หรือกำลังนึกถึงหรือไม่
  • เป็นเรื่องที่ เซอร์ไพรส์ สำหรับเราเองมากๆ
  • ไม่สำคัญว่าจะใช้เครื่องมือใด สำคัญตอนเอาไปใช้งานจริง

🔣 Organize – ฮาว ทู ทิ้ง

ใช้วิธี PARA Method – เป็นการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลเป็น 4 หมวด ง่ายๆ เน้นที่การนำไปใช้ในชีวิตของเราเป็นหลัก

  1. Project – เรื่องที่เราทำอยู่ตอนนี้
    1. โปรเจ็คระยะสั้น มี deadline
    2. ต้องกำหนดจุดเริ่มต้น-สิ้นสุดให้กับสิ่งที่เราจะทำอยู่ตอนนี้
    3. สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ต้องมีเป้าหมาย หรือคาดหวังผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    4. เก็บได้ทั้งเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว
    5. เช่น กำหนดว่าจะเขียนบทความ SQL ให้ได้ 10 บทความภายใน 3 เดือน
  2. Area – เรื่องที่เราต้องรับผิดชอบไม่ว่าจะตอนไหน
    1. สำคัญ พอๆกับ Project แต่ไม่ได้อยู่ในเป้าหมาย
    2. อาจจะเป็นด้านการเงิน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ในชีวิตเรา หรือพวก life tracking ต่างๆ
  3. Resource – สิ่งที่สนใจและจะมีประโยชน์ในอนาคต
    1. ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก, การฝึกภาษาต่างๆ
    2. สามารถแชร์ให้คนอื่นได้
  4. Archive – สิ่งที่ทำเสร็จแล้ว หรือไม่ได้อยู่ใน 3 หมวดก่อนหน้า
    1. เป็นข้อมูลที่เคยอยู่ใน 3 หมวดก่อนหน้า ทำทำเสร็จแล้ว หรือไม่ใช้งานแล้ว
    2. เก็บมันไว้ในคลังนี้ แล้วสามารถดึงมันกลับมาใช้งานใหม่ได้เรื่อยๆ

ข้อแนะนำของ PARA

  • ไม่จำเป็นต้องรีบจัดหมวดหมู่ นั่งคิดก่อนได้
  • เริ่มต้นทำงาน หรือศึกษาที่ Project ก่อน
  • PARA เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องจัดวางอย่าง Perfect

Organize your note for action, asking
“How is this going to help me move forward” -Tiago Forte

วิธีการจัดการไฟล์ เอกสาร โน๊ต ความสนใจของเรา จงถามตัวเองว่า “Content นั้นมันช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายที่เราสนใจอยู่หรือเปล่า คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปมั้ย”


🥩 Distill – ขอแบบเนื้อๆ

การกลั่นกรอง ย่อยเนื้อหาในแบบของเรา เพื่อง่ายต่อการค้นหา ทำให้เราเข้าใจ Main idea ได้ โดยไม่ใช้เวลานาน และในขั้นนี้คงไม่พ้นการสรุปใจความสำคัญด้วยหลัก 3 Layer (Highlight 2.0) หลังจากที่เราคัดลอกเนื้อหามาแล้ว…

  1. ทำตัวหนา (Bold) ให้กับเนื้อหาที่คิดว่าสำคัญ
  2. คัดใจความสำคัญจากตัวหนา (Bold) เพิ่ม Highlight
  3. นำ Highlight ที่ได้มาสรุปเป็นข้อด้วยคำพูดของเราเอง

To attain knowledge, add things every day.
To attain wisdom, remove things every day.
– Lao Tzu

เพื่อครอบรองความรู้ ให้เพิ่มสิ่งนั้นทุกๆ วัน
และเพื่อครอบครองปัญญา ตัดสิ่งที่มีอยู่ออกทุกวัน


💃 Express – แสดงมันออกมา

มาในเรื่องของ Intermediate Packets: IP พลังของการคิดเป็นส่วนๆ (เล็กๆ) รวมๆ กันแล้ว เรานำความรู้เล็กๆ ที่ได้ที่นั้นมาสร้างผลงาน 1 ชิ้นออกมา มันต้องผ่านกระบวนการคิดก่อน

ซึ่งก่อนที่จะเป็น 1 ชิ้นงานใหญ่ได้นั้น ชิ้นเล็กๆ ที่เรารู้มาแต่ละครั้งสามารถ แชร์ สิ่งที่เรารู้ ที่เราได้บันทึกออกไปก่อนได้ เพื่อรับ feedback กลับมาพัฒนาตัวเองต่อ ซึ่ง IP มีประโยชน์ เช่น

  • โฟกัสกับการสร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้ง่ายขึ้น จากการสร้าง IP ชิ้นเล็กไปประกอบกัน
  • เมื่อแบ่ง IP เป็นส่วนย่อยๆ แล้ว จะสามารถดำเนินการ session ถัดไปได้ง่าย
  • แชร์ IP ที่บันทึกไว้ได้ เพื่อรับ feedback
  • ค่อยๆ สะสม IP รวบรวมเป็น Knowledge assets เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งานทุกเมื่อ

Summary: BASB

  1. [ไม่จดก็ลืม] สมองเรามีไว้ใช้คิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่จำทุกอย่าง ดังนั้นจึงต้องจดมันออกมา
  2. จดสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเราในวันนี้ และช่วยเรา survival ได้ในอนาคต [แชร์เพื่อเพิ่มคุณค่า]
  3. Second brain สามารถเป็นได้ทั้ง digital หรือสมุดก็ได้ มันอยู่ที่เราสามารถ recall มันกลับมาแล้วยำรวมกันมาใช้ประโยชน์ได้
  4. Digital note (อย่าง notion) จึงเข้ามาช่วยเราได้ มันง่ายในการค้นหา คัดลอก ไม่จำกัดพื้นที่ reuse ได้เรื่อยๆ
  5. มีวิธีช่วยให้ Second brain เกิดขึ้นได้ CODE: Capture โฟกัสอะไรอยู่ อะไรที่จะทำ อะไรที่จะได้ใช้ในอนาคต, Organize ลำดับความสำคัญให้มัน (มี method ย่อย PARA), Distill กลั่นใจความออกมาให้ภาษาของเรา ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น หรืออะไรที่รู้อยู่แล้ว, Express แชร์สิ่งที่ได้เพื่อรับ feedback และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  6. Method ย่อย PARA ยังคงให้ความสำคัญเรื่อง Priority เน้นที่การนำไปใช้ในชีวิตของเราเป็นหลัก โดยที่ Project เป็นเรื่องที่เราทำอยู่ตอนนี้ มีจุดเริ่มต้น-สิ้นสุด มีเป้าหมาย หรือคาดหวังผลลัพธ์ที่ชัดเจน, Area – เรื่องที่เราต้องรับผิดชอบไม่ว่าจะตอนไหน, Resource – สิ่งที่สนใจและจะมีประโยชน์ในอนาคต, Archive – สิ่งที่ทำเสร็จแล้ว สามารถ reuse มันกลับมาใช้งานใหม่ได้
  7. Highlight 2.0 ทำให้เราเข้าใจ Main idea ได้ โดยไม่ใช้เวลานาน หลังจากที่เราคัดลอกเนื้อหามาแล้ว ทำตัวหนา (Bold) → เพิ่ม Highlight → สรุปเป็นข้อด้วยคำพูดของเราเอง
  8. การ Express เป็นวิธีที่ดี ช่วยให้เราเปลี่ยนจาก Consumption เป็น Creation -> “Give to Grow ยิ่งแชร์ ยิ่งได้รับ”
  9. ที่จริงแล้วการจัดการไฟล์ เอกสาร โน๊ตนั้น ขึ้นอยู่ความสนใจของเรา จงถามตัวเองว่า “Content นั้นมันช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายที่เราสนใจอยู่หรือเปล่า คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปมั้ย”

ก็เป็นสิ่งที่ได้หลังจากเข้าคลาสเรียนแล้วรีบมาสรุปนะครับ – เขียนดี/ไม่ดียังไงติชมได้ครับ + แปลผิดแปลถูก + มี typo ขออภัยครับ 🙏

ขอบคุณครับ



2 responses to “[Building a second Brain] เราจดโน๊ตให้กับ ‘ตัวเอง’ ในอนาคต”

  1. เขียนสรุปและสรุปออกมาได้ละเอียดในเวอร์ชั่นตัวเองอีกที อ่านง่ายด้วย เข้าใจง่าย ขอบคุณค่ะ

    1. ขอบคุณมากเลยค้าบ คุณ Hong

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Search

About

Feasible เว็บไซต์ที่นำเสนออาชีพปัจจุบันที่เรา (เจ้าของเว็บ) กำลังทำ ไม่ว่าจะเป็น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักเรียน นักอ่าน นักฟาร์ม และอีกหลากหลายมุมมอง เรียกได้ว่าเป็น ‘แกงโฮะ’ เลยล่ะ ฮ่าๆๆ ติดตาม Content ที่จะทำออกมาได้เรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมกัน 😁✌️

Social Icons